ปัญหาของคนประเทศนี้คือการไม่เคารพสิทธิผู้อื่น

จึงไม่แปลกที่นับวันมันยิ่งเลวร้ายลง

เราจะเล่านิทานให้ฟัง มันเป็นเรื่องสมมติ

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องเรียน ขณะนั้นเป็นเวลาพักเที่ยง

ห้องเรียนนี้มีโทรทัศน์ มีคอมพิวเตอร์ มีแอร์

มีคนบางคนอยากจะดูหนัง จึงเปิดหนังเสียงดังและปิดไฟ โดยใช้คอมพิวเตอร์ที่โต๊ะครู ทีวีของโรงเรียน

แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นต้องการความสงบ และไฟเพื่ออ่านหนังสือหรือเขียนอะไรสักอย่าง

คนนั้นมาไล่เด็กผู้หญิงให้ไปนั่งข้างนอก เพราะตนจะดูหนังอย่างมีอรรถรส รำคาญไฟที่เด็กคนนี้เปิดอยู่

จริง ๆ เด็กผู้หญิงก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก ถ้าอยู่ข้างนอกแล้วมันไม่เหม็นสาบสุนัข และไม่มีคนเดินผ่านไปมาตลอดเธอคงไม่อยู่ในห้องเรียน

เห็นอะไรไหม ?

ห้องเรียนเป็นของทุกคน

ถ้าคุณอยากดูหนังกับเพื่อน ถามจริง ๆ ทำไมคุณไม่นัดไปดูกับคอมคุณ ทีวีบ้านคุณล่ะ ไม่รบกวนและไม่โดนสาปแช่งลับหลังอย่างนี้ด้วย

จะไล่ให้เด็กหญิงคนนั้นไปนั่งห้องสมุดแทน ? คุณคิดจริง ๆ หรือ

ประการที่หนึ่ง ห้องสมุดโรงเรียนมันไม่ได้เงียบ
ประการที่สอง มีเหตุผลอะไรที่เด็กผู้หญิงที่ไม่ได้ทำอะไรผิดต้องออกไป ? เพียงเพราะคนอื่นที่ไม่เคารพในสิทธิของเขา เขาจึงต้องออกไปเอง ?

ต่อมา มี "พรรคพวก" ของคนที่ดูหนังมาปิดไฟ

เด็กผู้หญิงก็ได้แต่สาปแช่งในใจ

สาปแช่งคนพวกนั้น

สาปแช่งความเขลาของคนพวกนั้น

สาปแช่งทุกสิ่งรอบตัวเขา

และสาบานกับตัวเองว่าจะไปอยู่ในที่ที่ไม่มีคนพวกนี้ให้ได้ สักวันหนึ่ง

Popular posts from this blog